ReadyPlanet.com


แน่ๆว่าเพื่อคุ้มกับเกลือตัวประหลาดควรจะมีรสราวกับเนื้อมนุษย์


 

คราเคน

คราวเคนอสูรกายที่ทะเลสแกนดิเนเวียที่น่าทึ่งบางทีอาจจินตนาการได้จากการพบเจอปลาหมึกยักษ์โดยบังเอิญ ปรากฏในวรรณกรรมบทกลอนของอัลเฟรดเด็กแล้วก็เยาวชนของลอร์ดเทนนีสันชื่อ“ The Kraken”      บาคาร่า

ครั้งเคนบางทีอาจเป็นตัวประหลาดที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยจินตนาการไว้ ในคติชนวิทยาของชาวนอร์ดิกมีการพูดกันว่าหลอกสมุทรจากประเทศนอร์เวย์ผ่านไอซ์แลนด์รวมทั้งไปจนกระทั่งกรีนแลนด์ ครั้งเคนมีความรู้ความสามารถพิเศษสำหรับเพื่อการรบกวนเรือและก็รายงานเชิงวิทยาศาสตร์หลายฉบับ (รวมทั้งเรือเดินสมุทรอย่างเป็นทางการ) พูดว่าจะจู่โจมเรือรบด้วยอาวุธที่อดทน ถ้ายุทธวิธีนี้ล้มเหลวสัตว์ร้ายจะเริ่มว่ายเป็นวงกลมบริเวณเรือสร้างห้วงใหญ่โตที่ดุร้ายเพื่อลากเรือลงไป

แน่ๆว่าเพื่อคุ้มกับเกลือตัวประหลาดควรจะมีรสราวกับเนื้อมนุษย์ ตำนานพูดว่าครั้งเคนสามารถกลืนรับประทานลูกเรืออีกทั้งลำได้ในครั้งเดียว แม้กระนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นที่รู้จักที่น่าสะพรึงกลัว แม้กระนั้นอสูรกายก็สามารถทำประโยชน์ได้ด้วยเหมือนกันมันว่ายไปกับฝูงปลาขนาดใหญ่ที่ลดหลั่นกันไปๆมาๆเมื่อมันโผล่ขึ้นมาจากน้ำ ด้วยเหตุนี้ชาวตังเกที่อาจหาญบางทีอาจเสี่ยงที่จะใกล้สัตว์ร้ายเพื่อจับสัตว์ร้าย

 

เรื่องราวของคราวเคนย้อนกลับไปในบัญชีที่เขียนขึ้นในปี 1180 โดย King Sverre ที่ประเทศนอร์เวย์ เหมือนกับตำนานเยอะแยะครั้งเคนเริ่มด้วยสิ่งที่เป็นจริงจากการพบเจอสัตว์จริงปลาหมึกยักษ์ สำหรับนักเดินเรือโบราณในสมัยก่อนสมุทรนั้นทรยศหักหลังและก็อันตรายหลบซ่อนอสูรกายมากมายเอาไว้ในส่วนลึกที่ไม่น่าเชื่อ การเผชิญหน้ากับสัตว์ที่ไม่ทราบอะไรก็แล้วแต่บางทีอาจได้รับการได้เปรียบในตำนานจากเรื่องราวของลูกเรือ ตอนท้ายเรื่องราวก็เติบโตขึ้นสำหรับในการบอก

ตำนานทางด้านวิทยาศาสตร์

 

ปลาหมึกยักษ์ที่เจอในเมือง Ranheim ประเทศนอร์เวย์โดยศ.จ. Erling Sivertsen และก็ Svein Haftorn พิพิธภัณฑสถานประวัติศาสตร์ธรรมชาติรวมทั้งโบราณคดีวิทยา NTNU, 2497

ความแข็งแกร่งของตำนานนั้นอดทนมากมายจนกระทั่งยังคงเจอคราวเคนได้สำหรับในการตรวจสอบทางด้านวิทยาศาสตร์ยุคใหม่คราวแรกของยุโรปเกี่ยวกับโลกธรรมชาติในศตวรรษที่ 18 แม้กระทั้ง Carl Linnaeus ซึ่งเป็นพ่อที่การแบ่งแยกทางด้านชีววิทยายุคใหม่ก็สามารถหลบหลีกได้และก็เขารวม Kraken เอาไว้ในกรุ๊ปหอยเซฟาโลเพียงพอดในรุ่นแรกของ Systema Naturae ที่แปลก (1735)

แม้กระนั้นเมื่อในปีพ. ศาสตราจารย์ 2396 มีการเจอปลาหมึกยักษ์เกยตื้นบนหาดของเดนมาร์ก Japetus Steenstrup ผู้ปฏิบัติธรรมชาติวิทยาชาวประเทศนอร์เวย์ได้ศึกษาและทำการค้นพบจะงอยปากของสัตว์และก็ใช้มันเพื่อชี้แจงด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับปลาหมึกยักษ์ Architeuthis dux โดยเหตุนั้นสิ่งที่แปลงเป็นตำนานได้ไปสู่ประวัติศาสตร์ของวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการโดยคืนภาพลักษณ์ของครั้งเคนให้เป็นสัตว์ที่เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดตำนาน

 

ภายหลังจาก 150 ปีของการศึกษาทำการค้นคว้าและทำการวิจัยเกี่ยวกับปลาหมึกยักษ์ที่อาศัยอยู่ในห้วงสมุทรทั้งปวงของโลกยังคงมีการโต้แย้งกันอยู่มากมายว่าพวกมันเป็นผู้แทนของสิ่งมีชีวิตประเภทเดียวหรือสูงถึง 20 จำพวก Architeuthis ที่ใหญ่ที่สุดที่บันทึกไว้มีความยาวถึง 18 เมตรรวมถึงคู่ที่ยาวมากมาย หนวด แม้กระนั้นโดยมากมีขนาดเล็กกว่ามากมาย ดวงตาของปลาหมึกยักษ์มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาณาจักรสัตว์แล้วก็มีความหมายอย่างมากในความลึกที่มืดที่มันอาศัยอยู่ (ลึกถึง 1,100 เมตรบางทีอาจถึง 2,000 เมตร)

เหมือนกันกับปลาหมึกสายพันธุ์อื่นๆArchiteuthis มีกระเป๋าในกล้ามที่มีสารละลายแอมโมเนียมที่มีความหนาแน่นน้อยกว่าน้ำทะเล สิ่งนี้ทำให้สัตว์สามารถลอยอยู่ใต้น้ำได้ซึ่งแสดงว่ามันสามารถทรงตัวได้เองโดยไม่ต้องว่าย การปรากฏตัวของแอมโมเนียมที่ไม่อร่อยในกล้ามบางทีอาจเป็นต้นเหตุที่ปลาหมึกยักษ์ยังผิดจับปลาจนกระทั่งใกล้สิ้นพันธุ์

 

นักล่าหรือเหยื่อ?

ตรงเวลานับเป็นเวลาหลายปีที่นักวิทยาศาสตร์โต้เถียงกันว่าปลาหมึกยักษ์เป็นนักล่าที่รวดเร็วและก็รวดเร็วอย่างกับนักล่าในตำนานที่ทรงอำนาจหรือนักล่าซุ่มจู่โจม ภายหลังจากสนทนากันมาหลายทศวรรษคำตอบที่น่าชอบใจเกิดขึ้นในปี 2548 พร้อมทั้งภาพภาพยนตร์ที่ไม่เคยมีมาก่อนจากนักค้นคว้าคนญี่ปุ่น T.Kubodera แล้วก็ K. Mori พวกเขาถ่ายทำ Architeuthis ที่ยังมีชีวิตอยู่ในถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติซึ่งอยู่ลึกลงไป 900 เมตรในแปซิฟิคเหนือซึ่งชี้ให้เห็นว่าตามที่เป็นจริงแล้วมันเป็นนักว่ายที่รวดเร็วแล้วก็ทรงอำนาจโดยใช้หนวดจับเหยื่อ



ผู้ตั้งกระทู้ เยติมา :: วันที่ลงประกาศ 2021-02-24 02:18:17


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล



Copyright © 2012 Happy Deluxe Tour All Rights Reserved.